รัฐวิสาหกิจ คือ กิจการของรัฐที่มีหน้าที่ให้บริการ
สาธารณูปโภค แก่ประชาชนโดยไม่แสวงหาผลกำไร
เช่น ไฟฟ้า, ปะปา, รถเมล์
การไม่แสวงหาผลกำไรสำคัญยังไง ?
สมมุติว่าผมซื้อน้ำมาขวดละ 10 บาท ผมก็ขายต่อให้คุณขวดละ 10 บาท
หากผมอยากได้กำไร ผมก็ขายต่อขวดละ 12 บาท
หากผมโลภมากหน่อย ผมก็ขายต่อขวดละ 20 บาท
นั่นละครับ ทุกวันนี้ ทั้ง ไฟฟ้า, ปะปา, รถเมล์ รัฐให้บริการพวกเราโดยไม่หวังผลกำไร
จะเกิดอะไรขึ้น หากขายรัฐวิสาหกิจให้นายทุน
?
คำว่า ขายให้นายทุน มันฟังชัดเจนเกินไป
เลยมีคนคิดคำใหม่ให้ฟังเพราะขึ้น เป็นคำว่า แปรรูปรัฐวิสาหกิจ
ปัจจุบัน ถ้ารัฐวิสาหกิจมีกำไร ก็จะส่งเข้ากระทรวงการคลังทั้งหมด เช่น
มีกำไร 100 บาท ก็ส่งเข้าคลัง 100 บาท
แต่หากแปรรูปไป 50% ก็จะส่งเข้าคลัง 50 บาท ส่งให้นายทุน 50 บาท
แต่หากแปรรูปไป 70% ก็จะส่งเข้าคลัง 30 บาท ส่งให้นายทุน 70 บาท
รายได้ที่ส่งเข้าคลังนี้ ก็นำกลับมาพัฒนาประเทศ เช่น สร้างถนน, สร้างโรงเรียน,
จ่ายเงินเดือนหมอ, เงินเดือนครู ฯลฯ
การต่อสู้เพื่อปกป้องรัฐวิสาหกิจเกิดขึ้นเมื่อไหร่
?
ผมไม่อยากจะเชื่อว่า มีคนต่อสู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2547 และก็ได้ชัยชนะ
สามารถระงับการขาย กฟผ เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้
ทำไมต้องเฝ้าระวังไม่ให้ขายรัฐวิสาหกิจ ?
เราต้องเฝ้าระวัง เพราะว่า กำลังจะเกิดขึ้นอีกรอบหนึ่ง
จากนโยบาย น้ำฟรี ไฟฟรี รถเมล์ฟรี
จะส่งผลให้รัฐวิสาหกิจขาดทุน
เมื่อขาดทุน รัฐก็สามารถใช้เป็นข้ออ้างว่า
เมื่อแปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว
ก็จะนำรายได้จากการขายหุ้นมาปรับปรุงรัฐวิสาหกิจ
โดยนโยบายน้ำฟรี ไฟฟรี ยังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่ต้องห่วง
เนื่องจากคนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นคนยากจน จึงสนใจแต่เรื่องน้ำฟรี ไฟฟรี
ขอให้ฟรีเป็นใช้ได้ ใครจะทำอะไรก็เชิญ
เมื่อไม่มีการคัดค้านจากประชาชน แผนการขายรัฐวิสาหกิจก็เป็นไปอย่างง่ายดาย
มาร่วมกันรักษาสมบัติของชาติ
ร่วมกันปกป้องรัฐวิสาหกิจ
ขายน้ำ ขายไฟ ฆ่าไทยทั้งชาติ |
ทศพรรษ ทองน้อย (28 ส.ค. 51) |